ข้าวต้มแห้งมันอร่อยยังไง | ข้าวต้มแห้ง First Time

เพิ่งมีโอกาสได้ลองข้าวต้มแห้ง เออมันแห้งจริงๆ เนอะ คือคิดว่ามันไม่อร่อย น่าจะแห้งฝืดติดคอ แต่จริงๆ แล้วเหมือนเรานั่งกินข้าวหน้าทีวีที่บ้านค่ะ ตักกับข้าวพวกบ๊ะเต็งอร่อยๆ มาราดบนข้าว โรยกระเทียมเจียวลงไปแล้วคลุกเคล้าให้เข้ากัน รสชาติออกหอมๆ เค็มนิดๆ อาาา ฟินเว่อร์

แอบสงสัยนิดเดียวว่าถ้าใครไม่ชอบกระเทียมเจียวคงต้องบายกับเมนูนี้แน่นอน เพราะไฮไลต์ของเค้าคือกระเทียมเจียวหอมๆ กรอบๆ นี่แหละ ส่วนเครื่องปรุงก็จะเป็นพวงเครื่องปรุงคล้ายก๋วยเตี๋ยวเลยค่ะ

“ข้าวต้มแห้ง” หรือ “ข้าวแห้ง”
ในที่นี้ คือ ข้าวที่ตรงกันข้ามกับข้าวที่มีน้ำ ที่เราเรียกกันว่า “ข้าวต้ม” เช่นเราสั่งก๋วยเตี๋ยว มีก๋วยเตี๋ยวน้ำ ก๋วยเตี๋ยวแห้ง จะต่างกันตรงมีน้ำหรือไม่มี และข้าวแห้งก็คล้ายกันนั่นเอง

“กำเนิดข้าวต้มแห้ง”
เดิมมาจากชาวจีนที่เข้ามาตั้งรกราก อยู่ในแถบอำเภอดำเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี เพราะข้าวต้มแห้งนั้นพัฒนามาจาก ข้าวต้ม (ม้วย) ของคนจีน โดยเริ่มจากนำของเหลือหลังจากการไหว้เจ้าในช่วง ตรุษจีนหรือสารทจีน เนื้อสัตว์ต่างๆ หมู เป็ด ไก่ นำมารวนให้แห้ง เพื่อที่จะถนอมอาหารให้เก็บไว้รับประทานให้นานขึ้น นำเป็นเครื่องของข้าวต้มแห้ง ต่อมาได้เกิดการผสมผสานวัฒนธรรมต่างๆ จึงประยุกต์ต่อยอดกันออกไป เป็นอีกหลายสูตรในไทย เช่น ข้าวแห้งไก่ ข้าวแห้งเป็ด ข้าวต้มแห้งหมู เป็นเครื่องในหมู ข้าวต้มแห้งทะเล ตามแต่ละท้องที่ สูตรก็จะถูกเปลี่ยนแปลงพัฒนาให้เป็นแบบของตน เปลี่ยนไปด้วยรูปแบบของเครื่องหน้า และตัวข้าว บางสูตรเป็นข้าวน้ำขลุกขลิก บางสูตรเป็นข้าวสวยธรรมดา และบางสูตรเป็นข้าวสะเด็ดน้ำซุป

อ้างอิงข้อมูลบางส่วนจาก : จดหมายศิลปวัฒนธรรม ฉบับตุลาคม 2558

 

ร้านที่ปุ้มไปลองเป็นร้านโอชาม พิกัดอยู่ที่เอกมัย 15 ซึ่งนอกจากข้าวแห้งของเค้าจะอร่อยแล้ว ยังมีเครื่องเคียงเพิ่มเติมที่น่าลองด้วย อย่างเช่น เต้าหู้ทอด เกี๊ยวทอด ซุปมะระกระดูกหมูร่อนๆ และซุปแบบ seasonal menu ส่วนตัวคือรสชาติใช้ได้เลยค่ะ ถ้าใครมีโอกาสก็แนะนำให้ลองดูสักครั้งนะคะ

เพจร้านโอชาม https://www.facebook.com/ocharmricebowl/

น่าน First Time เมือง-บ่อเกลือ-ปัว จังหวัดที่ใช้คำว่าสวยได้เปลืองที่สุด

เมืองน่านรับโล่รางวัลเกียรติยศรางวัล “ASEAN Clean Tourist City Standard” หรือมาตรฐานเมืองท่องเที่ยวสะอาดของอาเซียน อันหมายถึงจังหวัดน่านเป็นเมืองที่สะอาดที่สุดอันดับ 1 แห่งภูมิภาคอาเซียน – ก.พ. 2561

ใช่ค่ะ ก็จริงของเค้า ที่น่านไม่มีถังขยะตั้งระเกะระกะ ไม่ค่อยเจอสิ่งปลูกสร้างรกเลอะเทอะ ขนาดถนนคนเดินที่ขายอาหารหรือขนมเยอะๆ ตอนเลิกแล้วก็ยังเรียบร้อยไม่มีขยะสักชิ้น ไม่รู้ว่าทำได้ยังไง แต่ความมีระบบระเบียบเหล่านี้น่าจะลงลึกไปในระดับจิตสำนึกของคนน่านไปแล้ว ถ้าเป็นเรื่องความสะอาดแนะนำเลยว่าจังหวัดอื่นในประเทศควรมาดูงานที่น่านจริงๆ

oecfdc5fd2e91571f90be9512a5539657_4620693218494832469_180813_0145

ทริปนี้เป็นการขับรถไปจากกทม. ใช้เวลารวมประมาณ 9 ชั่วโมง (อาจบวกเวลาเพิ่มถ้ามีแวะพักรถบ่อยๆ) ซึ่งหวังว่าจะเป็นประโยชน์กับคนที่มีแพลนคล้ายกันนะคะ

ช่วงเวลาที่เดินทาง : 10-12 สิงหาคม 2561

เสาดินนาน้อย

Poomjai_เสาดินนาน้อย

จากกทม.- เสาดินนาน้อย ระยะทางประมาณ 655 Km. มันช่างยาวนานจริงๆ ไม่ค่อยเดินทางด้วยรถยนต์ไกลขนาดนี้เท่าไหร่ แต่เพื่อนร่วมทางที่ไปด้วยก็ไม่ได้ทำให้จุดหมายดูไกลมาก ไปกับครอบครัวเป็นอะไรที่แฮปปี้ที่สุดแล้วล่ะ เราใช้เส้นทางประมาณนี้ค่ะ

  • จากกทม. ขับเข้าเมืองนครสวรรค์ ผ่านบิ๊กซีนครสวรรค์ จากนั้นเลี้ยวขวาไปพิษณุโลก (ทางหลวงหมายเลข 177)
  • เลี้ยวขวาที่แยกไฟแดงเข้าเพชรบูรณ์ อุตรดิตถ์ แพร่ น่าน (ทางหลวงหมายเลข 12)
  • ขับตรงไปประมาณ 1.6 Km. ซ้ายมือจะเป็นวัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร (วัดใหญ่)
  • ขับตรงไป เลี้ยวซ้ายที่แยกเข้าอุตรดิตถ์ แพร่ น่าน (ทางหลวงหมายเลข 11)
  • ตรงยาวๆ ไปอีกประมาณ 150 Km. เข้าแพร่ น่าน (ทางหลวงหมายเลข 101)
  • แยกเข้าถนนเส้น 1026 ไปอ.นาน้อย จากนั้นเลี้ยวเข้าถนนหมายเลข 1083 ไปอุทยานแห่งชาติศรีน่าน ประมาณ 1.5 Km. จะถึงเสาดินนาน้อย

แนะนำ : ถ้าใช้เวลาเดินทางตอนกลางวัน (ออกจากกทม.เช้าตรู่) จะถึงเสาดินนาน้อยประมาณ 3-4 โมงเย็น ควรเผื่อเวลาแวะพักรถและเวลาถ่ายรูปที่เสาดินนาน้อย เพราะเอาเข้าจริงมันจะเพลิดเพลินมากๆ ในการเลือกมุมถ่ายรูป แต่ถ้าบริหารจัดการเวลาดีๆ จะสามารถแวะเที่ยวที่วัดพระธาตุเขาน้อยในช่วงเย็นได้ โดยปกติแล้วคนมักจะนิยมมาถ่ายรูปและ Check-in ที่วัดนี้ เนื่องจากเป็นแลนด์มาร์คอีกที่ของจ.น่าน ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง โดยเฉพาะช่างภาพช่างกล้องสายอุปกรณ์ทั้งหลาย จะ Rim light หรือ Silhouette ก็เลือกเอา (วัดปิดเวลา 18.30 น.)

น่านศรีปันนารีสอร์ท

Poomjai_น่านศรีปันนา

ที่แนะนำรีสอร์ทนี้เพราะสะอาด ราคาไม่แพง ใหม่ แอบมีความมินิมอลปนอบอุ่น ห้องกว้างและบรรยากาศดี สามารถจอดรรถในพื้นที่ของรีสอร์ทได้ บรรยากาศท้องนา ทุ่งหญ้า และภูเขา บึงน้ำเล็กๆ ครบจ้า อาหารเช้าดีงาม แอบอยากอยู่หลายๆ วัน ที่สำคัญคือใกล้ตัวเมืองมาก ขับประมาณ 10 นาทีก็ถึงตัวรีสอร์ท (อยู่ใกล้วัดพระธาตุเขาน้อย)

แนะนำ : ถ้าปักหมุดแล้วว่าวันแรกอยากพักในตัวเมือง แนะนำที่นี่เพราะบรรยากาศค่อนข้างสงบไม่จอแจ เหมาะที่จะพักทั้งกับเพื่อนหรือมาเป็นครอบครัว และยังเหมาะกับการขับขึ้นไปเที่ยวปัวหรือบ่อเกลือในวันที่ 2 ได้อีกด้วย จะเอาสัมภาระมาเก็บก่อนค่อยไปตะลุยกาดข่วงเมืองน่านก็ดีงามไปอีก จะได้ไปเดินแบบตัวปลิวๆ สบายใจ

กาดข่วงเมืองน่าน

Poomjai_กาดข่วงเมืองน่าน

หลังจากเก็บสัมภาระและเช็คอินเรียบร้อย เราก็ขับจากที่พักมาแวะกาดข่วงเมืองน่าน (ข่วง แปลว่า ลานกว้างๆ) โดยกาดจะมีทุกศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ พิกัดก็อยู่ข้างวัดภูมินทร์บนถนนผากองนั่นเอง ว่ากันว่ากาดข่วงนี้จะเหมือนห้องรับแขกของเมืองน่านที่ใครมาเที่ยวก็ต้องหาโอกาสมาเดิน ของที่ขายก็จะเป็นพวกขนม อาหาร ของฝาก ผ้าพื้นเมืองทั้งผ้านุ่ง เสื้อ ผ้าฝ้ายย้อมคราม ใครหาซื้ออาหารต่างๆ ได้แล้วก็จะพากันไปนั่งกินบนขันโตกที่วางเรียงกันเป็นระเบียบเรียบร้อยด้านหน้าวัด มีโฟล์คซองและการแสดงพื้นบ้านเป็นระยะ สะอาดทุกกระเบียดนิ้ว บรรยากาศดีสุดๆ (ทำไมเรียบร้อยกันแบบนี้นะ แงงง น่ารัก)

แนะนำ : ตลาดจะเลิกค่อนข้างเร็ว สัก 2 ทุ่มครึ่ง 3 ทุ่ม ก็จะเริ่มเก็บร้านกันแล้ว ให้เผื่อเวลามาเดินเล่น หรือถ้าใครเห็นของฝากถูกใจประเภทผ้านุ่งหรือเสื้อพื้นเมืองต่างๆ แนะนำให้ซื้อได้เลย เพราะราคาค่อนข้างถูกและมีของหลากหลายให้เลือกซื้อได้เยอะ ไม่ต้องหวังน้ำบ่อหน้าเพราะโอกาสที่จะอดซื้อหรือเจอผ้าถูกใจไม่เท่าที่นี่มีสูงมาก

ร้านเฮือนฮอม

ขออภัยที่ไม่มีรูปเพราะไม่ทันได้ถ่ายจริงๆ ค่ะ หิวตาลายคล้ายอยากอาหาร มือไม่มีแรงยกกล้อง เฮือนฮอมนี่เป็นร้านอาหารเหนือพื้นเมือง รสชาติดี ราคาไม่แพง บางคนก็ชอบร้านป้าวันดา (ในเมืองมีร้านอาหารให้เลือกค่อนข้างเยอะ ลองเสิร์ชรีวิวดูเอานะ ที่ขึ้นมาแรกๆ ก็ไฟท์บังคับทั้งนั้น ถ้าไม่มีเวลาก็ปักหมุดตามรีวิวนั่นแหละ เซฟๆ) ส่วนขนมหวานไฟท์บังคับก็ต้องเป็นร้านบัวลอยป้านิ่ม ไม่ชิมถือว่าผิด (เต้าส่วนกับบัวลอยอร่อยยย)

ร้านกาแฟ เดอะวิว กิ่วม่วง

กิ่วม่วง อีส เดอะ เบสท์!! อันนี้ว้าวมาก เพราะเป็นร้านที่เจอโดยบังเอิญระหว่างทางที่จะขึ้นไปบ่อเกลือ (ใช้ถนนหมายเลข 1081) วิวหลักล้าน งามหยดย้อย หมอกตีหน้า กาแฟรสชาติดี เอาไปอวดในไอจี story ได้แบบไม่อาย

ถนนหมายเลข 3

ถนนเลข 3 Poomjai

มุมมหาชน มุมในตำนาน ไม่ต้องถามนะว่าอยู่ตรงไหนเพราะจำหลักกิโลไม่ได้ แต่รู้ว่าอยู่เส้น 1081 นี่แหละ เอาเป็นว่าถ้าใครขึ้นบ่อเกลือเส้น 1081 จะเห็นเลข 3 แน่นอน คือแนะนำให้ดูทางดีๆ คุณจะพบกับของขวัญระหว่างทางค่ะ มัน 3 แบบ 3 จริงๆ เว้ยแกร เลข 3 ในที่สุดก็เจอ!! น้ำตาจะไหล

แนะนำ : การขึ้นบ่อเกลือ สามารถขึ้นได้ 2 ทาง คือใช้เส้น 1081 หรือ 1256 ก็ได้ ขึ้นอยู่กับว่าเราจะพักที่ไหน ถ้าพักที่ปัวหรือต้องเข้าปัวตอนช่วงเย็น ก็ขึ้นทางเส้น 1081 แล้วลงทาง 1256 ส่วนใครที่พักบ่อเกลือหรือโซนแถวนั้น ก็ขึ้นทาง 1256 ก็จะเหมาะกว่า (ส่วนตัวเราแนะนำทางขึ้น 1081 แล้วลงทาง 1256 เพราะทางลง 1256 ค่อนข้างโหดและคดเคี้ยวมาก อาจจะไม่ค่อยชัน หรือมีชันหนักๆ เป็นบางจุด แต่เราว่าโดยรวม 1256 ต้องใช้สกิลการขับมากกว่า 1081 เลยเลือกเป็นเส้นขับลงแทน)

อ. บ่อเกลือ

บ่อเกลือ น่าน Poomjai

ไฮไลท์ของอ.บ่อเกลือก็คือบ่อเกลือนั่นเอง ฮ่าๆๆ

ชาวบ้านในละแวกนั้นจะมีการต้มเกลือสินเธาว์เพื่อผลิตเกลือเม็ดขาย โดยที่เกลือดังกล่าวจะไม่มีไอโอดีน ซึ่งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของแหล่งเกลือภูเขา เดี๋ยวนี้มีการทำเป็นสินค้าแปรรูปเกลือออกมาหลายอย่าง ทั้งเกลือสปา เกลืออาบน้ำ แช่ตัว แช่เท้า เกลือสำหรับสีฟัน บลาบลา ถ้าจะแวะไปก็ให้ช่วยกันอุดหนุนลุงๆ ป้าๆ กันเยอะๆ เพราะตอนที่กลับกทม. มา มันจะกลายเป็นของฝากที่มีคุณค่าไม่เหมือนใคร

อ้อ อย่าลืมเข้าไปถ่ายในเตาเกลือที่สำหรับต้ม แล้วจะพบว่ารูปออกมาได้บรรยากาศมาก ถึงแม้มองด้วยตาเปล่าอาจจะดูเหมือนมันเฉยๆ ไม่สวยไม่งามอะไรมากมาย แต่พอถ่ายออกมา เฮ้ยยย ดี!!

บ่อเกลือ_ต้มเกลือ Poomjai

แนะนำ : ช่วงที่ไปเที่ยวตรงกับเข้าพรรษาระยะ 3 เดือน แปลว่า…ชาวบ้านจะไม่มีการต้มเกลือ!! แงงงงง ร้องไห้หนักมาก ใครที่เตรียมไปถ่ายรูปกรรมวิธีการต้ม มีเกลือเม็ดขาวๆ ดอกใหญ่ๆ ไอน้ำฟุ้งๆ นี่ดับฝันเลยค่ะ พึงตระหนักว่าท่านต้องอดได้ภาพสวยๆ แน่นอน ทำใจจจจจจจจจ เจ็บมาแล้วววว T . T ส่วนใครที่พาครอบครัวใหญ่มา ควรทำการบ้านเรื่องร้านอาหารที่บ่อเกลือเอาไว้หน่อย อาจจะต้องหาร้านที่อยู่ตามรีสอร์ทหรือระหว่างทางเอา เพราะแถวบ่อเกลือไม่ค่อยมีร้านอาหารเป็นเรื่องเป็นราวมากนัก ยกเว้นว่าสามารถนั่งกินก๋วยเตี๋ยวง่ายๆ หรือหาของกินจุกจิกในมื้อกลางวันรองท้องก่อนได้

จุดชมวิว อช.แห่งชาติดอยภูคา (1715)

1715 ดอยภูคา Poomjai

ไม่แวะถือว่าผิด!! อย่างน้อยทริปน่าน ถ้าได้ผ่านก็ต้องแวะถ่ายสักรูป 2 รูปก่อนกลับ เนื่องจากว่าวิวสวย และถ้าโชคดีล่ะก็ บางจังหวะเธอจะได้เจอกลุ่มไอหมอกที่ลอยมาปะทะตัว ปะทะหน้าของเราจนเกือบหงาย ฮ่าๆๆ เป็นความหนาวฟินในหน้าฝนที่ไม่ค่อยได้เจอบนพื้นราบ แบ็คกราวสวยๆ ที่แยกไม่ออกระหว่างความเป็นหมอกหรือเมฆเป็นเสน่ห์เฉพาะตัวสำหรับดอยนี้ (ตอนนี้ยังนั่งเถียงกันอยู่เลยว่าหมอกหรือเมฆวะ)

ร้านกาแฟไทลื้อ & ลำดวนผ้าทอ

ร้านกาแฟไทลื้อ_ลำดวนผ้าทอ Poomjai

ขอตั้งชื่อว่าร้านทัวร์ลง เพราะมหาชนแน่นมากเว่อร์ ถ้ามาแล้วก็ต้องถ่ายรูปแหละ ลุยโลด แล้วก็อย่าลืมแวะไปดูผ้าพวกฝ้ายมัดย้อม ผ้าถุงบลาๆ ซึ่งราคาค่อนข้างสมเหตุสมผล ถ้าจะซื้อผ้าถุงหรือเสื้อไปเป็นพร็อบถ่ายรูปเก๋ๆ เป็นหมู่คณะ ก็ลองเลือกหาดูนะจ๊ะ

แนะนำ : ฝั่งตรงข้ามร้านลำดวนผ้าทอก็จะมีร้านผ้าอีกเหมือนกัน ใครชอบเสื้อฝ้ายย้อมครามลายสวยเก๋มีสตาลว์ ร้านนี้ขายไม่แพงเมื่อเทียบกับร้านของฝากอื่นๆ ลองแวะไปดูได้

วังศิลาแลง

วังศิลาแลง Poomjai

วังศิลาแลง Poomjai 2

เค้าว่ากันว่าเป็น “แกรนด์แคนยอนเมืองไทย” ซึ่งบางคนอาจจะแอนตี้การเรียกในลักษณะที่เอาของดีต่างประเทศมาประทับร่างทรงของที่เที่ยวต่างๆ ที่อยู่ในไทย แต่เรามองกลางๆ ว่ามันเป็นการอธิบายไปในตัวว่าสิ่งนั้นมันคืออะไร โดดเด่นอย่างไร ซึ่งมันก็ไม่ผิดเนอะ เพราะมันก็คล้ายแกรนด์แคนยอนจริง แต่สีอาจจะไม่แดงเท่า ยิ่งพอหน้าแล้งหรือช่วงหน้าหนาว น้ำจะน้อยลง ทำให้ไปเดินถ่ายรูปบนพื้นทรายได้เลย แต่ถ้าเป็นช่วงหน้าฝน น้ำแรง ลงไม่ได้ ค่อยถ่ายรูปอยู่ข้างบนตลิ่งก็พอ

ทางไปวังศิลาแลงสวยมากๆ ใกล้ชิดวิถีชนบทท้องไร่ท้องนาสุดๆ บรรยากาศดี คือต้องไปจริงๆ แนะนำ

ฟาร์มเห็ดบ้านหัวน้ำ

เราเลือกที่นี่เป็นร้านอาหารเย็น มีกับข้าวที่ใช้เห็ดเป็นส่วนประกอบมากมาย พิซซ่าเห็ดกับซุปเห็ดหอมอร่อย ร้านนี้ก็วิวระดับล้านอีกแล้ว นั่งท่ามกลางหมู่แมกไม้ ดงไผ่และเนินเขา หม่ำข้าวเคล้าวิวท้องนาและใบไม้ใบหญ้าสีเขียวๆ จากชิงช้าตัวฮิต ดีงามไปอีก (ที่นี่มีโฮมสเตย์ด้วย สนใจลองติดต่อดูค่ะ) ร้านปิด 18.30 น. ควรเผื่อเวลาสำหรับการถ่ายรูปและรับประทานอาหาร

น่านนิรันดร์รีสอร์ท

น่านนิรันดร์ poomjai

บรรยากาศทุ่งนาเล็กๆ คล้ายที่พักวันแรก แต่ที่นี่จะพิเศษตรงที่มีธารน้ำไหลผ่ากลางรีสอร์ท บรรยากาศดีใช้ได้ มีโซนบ้านเดี่ยวเป็นตึกปูนมีดาดฟ้าสำหรับนั่งเล่นเมื่อมาเป็นกลุ่มๆ ได้ และอีกโซนจะเป็นบ้านต้นไม้ พักได้ห้องละ 2 คน ซึ่งหลังจากพักโซนบ้านต้นไม้แล้วต้องบอกว่าไม่แนะนำ เพราะเสียงจากห้องด้านบนดังมาก ทั้งเสียงเดิน เสียงทำของตก คือสติแทบแตก ถ้าอยากนอนหลับสนิทๆ ควรเลือกพักโซนอื่น ที่จอดรถเป็นหน้ารีสอร์ท ไม่สามารถนำรถเข้าไปจอดหน้าที่พักได้ ถ้าใครเป็นห่วงรถ ไม่แนะนำที่พักที่นี่นะจ๊ะ

วัดศรีมงคล

เป็นวัดวิวสวยกลางทุ่งนา มีที่ถ่ายรูปเช็คอินหลายจุด ทั้งวัดไม่มีตรงไหนไม่สวย ไม่พอ ยังมีพร็อบร่มแดงให้ยืมถ่ายรูปหยิบวางๆ กันให้หนุบหนับ ส่วนมุมมาตรฐานคือมุมต้นตาลคู่ (เห็นหลายเว็บเขียนว่าต้นหมากคู่แล้วก็อปตามๆ กันมา เพลียยยย) รวมทั้งมุมกว้างหน้าวัดที่จะเห็นดอยภูคาแบบเต็มๆ ตา

เมืองน่าน

วัดภูมินทร์-วัดมิ่งเมือง-พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติน่าน (ซุ้มลีลาวดี)-ข้าวซอยแม่สุณี-โรงเรียนน่านคริสเตียนศึกษา (ฝ่ายประถม) ตึกรังษีเกษม

แนะนำ เที่ยวเมืองวันสุดท้ายก่อนขับกลับ แนะนำว่าออกจากที่พักเช้าๆ แวะวัดศรีมงคลแป๊บนึงแล้วรีบบึ่งลงมาเที่ยวเมือง ออกจากเมืองไม่เกินบ่ายโมง ก็จะถึงกทม. ไม่ดึกมากค่ะ

ทริปนี้จบด้วยอารมณ์ค้างคาแบบแฮปปี้แปลกๆ ยังมีที่ต้องตามไปเก็บอีกเยอะ เพราะแพลนล้นมาก ซึ่งเอาเข้าจริงๆ ภาคปฏิบัตินั้นยากกกส์ เพราะเวลาจำกัดเหลือเกิน

อดไปอุ่นไอมาง น้ำตกสะปัน ร้าน Cocoa Valley Cafe วัดภูเก็ต ดอยมณีพฤกษ์ (ไปชิมกาแฟ) ดอยตีดู้ว์ อาโปเดอมาง ดอยเสมอดาว หอศิลป์ริมน่าน ดอยภูคา แล้วก็อยากหาโอกาสไปพักที่สะกาดดี ไว้เจอกันใหม่นะจ๊ะน่าน หลงรักเต็มๆ เลย